กลองชุด
กลองชุด
กลองชุดเป็นอีกหนึ่งเครื่องดนตรีสากลที่ผู้คนและก็นักเรียนที่เรียนดนตรีส่วนใหญ่ให้ความสนใจแล้วก็เลือกเล่นเป็นอันดับต้นๆเหตุเพราะมีความสนุกรวมทั้งดูหรู แล้วก็ โดดเด่น เมื่อเล่นรวมกันเป็นวงก็จะมีความจำเป็นมากที่สุด วงดนตรีส่วนมากก็เลยมีหัวหน้าวงเป็นคนตีกลอง เนื่ https://thebandmusicschool.com/ ีกลองจะมีหน้าที่สำหรับในการคุมจังหวะให้กับสหายๆอีกทั้งวง ทำให้กลองชุดเป็นอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีที่มีความฮิตมาก ในวันนี้เราก็เลยจะมาเล่าถึงเรื่องราวแล้วก็ภูมิหลังของกลองชุดให้กับทุกคนฟังว่าเพราะอะไรกลองชุดถึงได้ฮิตมากและเป็นที่สนใจของคนเรามาอย่างนาน
กลองชุดเป็นชื่อเรียกภาษาไทย มีความหมายถึง กลองหลายใบ ภาษาอังกฤษ ใช้ Team Drum หรือ Jazz Drum ทั้งคู่ชื่อสื่อความหมายแบบเดียวกัน คือ การบรรเลงกลอง ทีละหลายใบ คำว่า “แจ๊ส (Jazz) คือ ดนตรีแจ๊ส ซึ่งใช้กลองชุดร่วมบรรเลง ก็เลยเรียกว่า Jazz Drum แล้วก็ยังมีชื่อเรียกกลองชุดเป็นภาษาอังกฤษ ว่า Dance Drumming หมายความว่ากลองชุดใช้บรรเลงจังหวะเต้นรำ
กลองชุดประกอบด้วย กลองลักษณะต่างๆหลายใบ แล้วก็ฉาบหลายอันมารวมกัน โดยใช้ผู้บรรเลงเพียงคนเดียว กลองชุดนี้ตามประวัติของดนตรีไม่ปรากฏว่าได้ร่วมเล่นเพลงกับวงดนตรีดุริยางค์สากล ซึ่งเป็นวงดนตรีขนาดใหญ่ แต่ใช้บรรเลงร่วมกับวงดนตรีแจ๊ส แล้วก็วงดนตรีที่มีอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีน้อยชิ้นร้องเพลงเช่น วงคอมโบ้ (Combo) วงสตริงคอมโบ้ (String Combo) อื่นๆอีกมากมาย
คนตีกลองพากเพียรเปลี่ยนแปลงกรรมวิธีเล่นเพลง โดยบรรเลงตามจังหวะที่ได้ยินแล้วนำมาแก้ไขโดยการคิดค้นระบบใหม่ขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นระบบที่ได้เริ่มขึ้นเป็นครั้งแรก โดยการบันทึกอัตราส่วนของจังหวะกลองในเพลง การบันทึก บทเพลงนั้นประกอบด้วย ทำนอง การประสานเสียงและก็จังหวะ ทำให้ดนตรีมีการประสานเสียงกลมกลืน เพิ่มความไพเราะมากเพิ่มขึ้น การเริ่มปรับปรุงกลองชุดเป็นครั้งแรก โดยเริ่มจากเพลงจังหวะวอลซ์ (Waltz)
ในช่วง ค.ศ. 1890 ถึง คริสต์ศักราช 1910 นักตีกลองชุดเริ่มแยกออกจากแบบเริ่มแรก มานะที่จะแสดงออกถึงความรู้สึกที่เป็นอิสระของดนตรี แทนแบบเก่าที่มีแบบแผนบังคับ ให้ประพฤติตามการแสดงถึงความรุ่งเรืองของนักตีกลองชุดเป็น จะเพิ่มความสนุกสนานร่าเริงลงในช่วงปลายประโยคเพลง
ปี คริสต์ศักราช 1910 ถึง คริสต์ศักราช 1920 จังหวะ แร็กไทม์ (Ragtime) เป็นที่นิยมมากเนื่องจากว่าเป็นจังหวะใหม่และก็น่าระทึกใจ ลักษณะจังหวะแร็กไทม์ เป็นจังหวะเร็ว และก็รวบรัดชักชวนให้เต้นรำเบิกบาน เป็นที่ชื่นชอบของชนคนนิโกร แต่นักตีกลองโดยมาก โดยเฉพาะคนรุ่นเก่าปฏิเสธของใหม่ โดยตระหนักถึงต้นแบบจังหวะของดนตรีอิสระ และเรียกพวกนักตีกลองชุดจังหวะ แร็กไทม์ว่า “ของเก๊” เนื่องจากว่าบรรดานักตีกลองชุดแบบใหม่ร้องเพลงโดยการใช้ความจำแล้วก็บรรเลงอย่างใช้อิสระโดยไม่ใช้โน้ตเพลง
ต้นศตวรรษที่ 20 ปี ค.ศ. 1920 ดนตรีแจ็สเริ่มเป็นที่นิยมอย่างช้าๆบรรดานักตีกลองชุดรุ่นเก่าที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงการบรรเลงต้องยอมพ่ายแก่นักตีกลองชุดรุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียง จังหวะการบรรเลงค่อยๆเริ่มเปลี่ยนแปลงบ้างบางส่วน ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับความอยากได้และรสนิยมของคนฟัง แต่ว่าแม้กระนั้น นักตีกลองจำเป็นที่จะต้องรู้เกี่ยวกับการรัวแนวทางการทำเสียงให้สะเทือน
ต่อมาในปี ค.ศ. 1928 ถึง คริสต์ศักราช 1935 เป็นสมัยของซิมโพนิค-แจ๊ส (Symphonic- Jass) จังหวะของดนตรีมีทั้งจังหวะเร็วและก็ช้า การบรรเลงดนตรีจังหวะช้านั้น เริ่มมีการใช้แปรงลวด (Wirebrushes) หรือภาษานักตีกลองเรียกว่า “แซ่”
ปี ค.ศ. 1935 จังหวะแบบใหม่ที่มีชื่อว่า สวิง (Swing) เริ่มแพร่หลายตอนตอนต้นของปี บทเพลงทุกเพลงควรมีกลองชุดเข้าร่วมเล่นเพลงด้วยเสมอ นับเป็นครั้งแรกที่นักตีกลองชุดเข้าถึงจุดสุดยอด ซึ่งมีความสำคัญมาก จัดอยู่ในระดับสูงสุด ด้วยเหตุว่าไม่มีงานไหนจะเพอร์เฟ็คถ้าขาดกลองชุดรวมทั้งการบรรเลงเพลงคนเดียว (Solo) ถึงกับขนาดนักตีกลองชุดที่เก่งๆโด่งดังนำชื่อของตนเองมาตั้งเป็นชื่อของวงดนตรี ในยุคนี้ก็เลยถือได้ว่าสมัยของนักตีกลองชุดที่ไปถึงเป้าหมายอย่างสูง
ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สองสงบลง รสนิยมของคนทั่วๆไปเริ่มเปลี่ยนแปลง ดนตรีแบบคอมโบ้ (Combo) เริ่มได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย นักตีกลองเริ่มเหนื่อยหน่ายการบรรเลงจังหวะเก่าๆมีการริเริ่มจังหวะใหม่ๆโดยใช้กลองใหญ่ช่วยเน้นย้ำจังหวะ เรียกว่า บ๊อพ (Bop) ต่อไปจึงไปสู่สมัยของการบรรเลงด้วยนิ้วมือ (Finger Drumming Techinque) เป็นการบรรเลงดนตรีด้วยเทคนิคที่ใช้นิ้วมือปฏิบัติทั้งสองข้าง โดยใช้ไม้ตีกลองมือขวา ตีฉาบด้านขวามือ ซึ่งเป็นการรักษาจังหวะให้มั่นคงแน่นอน แล้วเปลี่ยนมือขวามาตีไฮแฮท (Hi Hat) อยู่ทางซ้ายมืออย่าง
สม่ำเสมอ เท้าขวาเหยียบที่ลือกระเดื่องกลองใหญ่ย้ำเสียงหนักแน่นมั่นคง มือซ้ายตีกลองเล็กรวมทั้งฉาบอย่างอิสระโดย การเน้นเสียง ได้แก่ การตีเน้นเสียงที่ริมขอบกลอง หรือ การตีหนักๆที่กึ่งกลางกลอง คนที่มีแนวทางการบรรเลงด้วยนิ้วมือได้ดีหมายถึงโจ โจนส์ (JO JONES) โจนส์ใช้มือขวาตีที่หัวฉาบมือซ้ายตีขอบฉาบอย่างชำนาญรวมทั้งเชี่ยวชาญ
จะมองเห็นได้ว่าความเป็นมาของกลองชุดนั้นน่าสนใจไม่น้อยเลย ไม่ฉงนใจเลยที่คนส่วนมากนิยมและสนใจกับมัน สำหรับในการเล่นกลองชุดบางครั้งอาจจะยากหน่อยเดียวเนื่องจากต้องใช้การแยกประสาทสำหรับในการเล่นและก็ยังเป็นเครื่องดนตรีที่เป็นราวกับแกนหลักของวงดนตรีเนื่องจากว่าจะต้องเป็นคนรอกำหนดจังหวะทั้งสิ้นให้กับวงดนตรี การเริ่มต้นฝึกฝนแสดงมายากลองชุดจึงมักเริ่มจากเบสิคง่ายๆหรือใช้แนวทางที่สมรรถนะที่สุดอย่างการเข้าห้องเรียนดนตรีเนื่องจากว่าจะได้เรียนรู้และก็ได้รับเทคนิคต่างๆที่เกิดขึ้นจากด้านการเรียน