Sex Taking Com

Sex Taking Com




🛑 👉🏻👉🏻👉🏻 INFORMATION AVAILABLE CLICK HERE👈🏻👈🏻👈🏻




















































ที่เว็บไซต์ takieng.com เราได้ให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการอย่างสูง เราได้จัดทำนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ขึ้น เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการทุกท่าน (Personal Information) ที่ติดต่อเข้ามายังเว็บไซต์ takieng.com ดังนี้
เพื่อประโยชน์ในการรักษาความเป็นส่วนตัวของท่านๆ มีสิทธิเลือกที่จะให้มีการใช้หรือแชร์ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรืออาจเลือกที่จะไม่รับข้อมูลหรือสื่อทางการตลาดใดๆ จากเว็บไซต์ takieng.com ก็ได้ โดยเพียงแต่ท่านกรอกความจำนงดังกล่าวเพื่อแจ้งให้ทางเราทราบ
เพื่อประโยชน์ในการรักษาความลับและความปลอดภัยสำหรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เว็บไซต์ takieng.com จึงได้กำหนดระเบียบภายในหน่วยงานเพื่อกำหนดสิทธิในการเข้าถึงหรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และเพื่อรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูลบางอย่างที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เช่น หมายเลขบัตรเครดิต เป็นต้น เว็บไซต์ takieng.com จึงได้จัดให้มีช่องทางการสื่อสารแบบปลอดภัยสำหรับข้อมูลดังกล่าวด้วยการเข้ารหัสลับข้อมูลดังกล่าว เช่น จัดให้มีการใช้ Secure Socket Layer (SSL) protocol เป็นต้น
“คุกกี้” คือ ข้อมูลที่เว็บไซต์ takieng.com ส่งไปยังโปรแกรมดูเว็บไซต์ (Web browser) ของผู้ใช้บริการ และเมื่อมีการติดตั้งข้อมูลดังกล่าวไว้ในระบบของท่านแล้ว หากมีการใช้ “คุกกี้” ก็จะทำให้เว็บไซต์ takieng.com สามารถบันทึกหรือจดจำข้อมูลของผู้ใช้บริการไว้ จนกว่าผู้ใช้บริการจะออกจากโปรแกรมดูเว็บไซต์ หรือจนกว่าผู้ใช้บริการจะทำการลบ “คุกกี้” นั้นเสีย หรือไม่อนุญาตให้ “คุกกี้” นั้น ทำงานอีกต่อไป
หากท่านเลือกใช้ “คุกกี้” แล้ว ท่านจะได้รับความสะดวกสบายในการท่องเว็บไซต์มากขึ้น เพราะ “คุกกี้” จะช่วยจดจำเว็บไซต์ที่ท่านแวะหรือเยี่ยมชม ทั้งนี้ เว็บไซต์ takieng.com จะนำข้อมูลที่ “คุกกี้” ได้บันทึกหรือเก็บรวบรวมไว้ ไปใช้ในการวิเคราะห์เชิงสถิติ หรือในกิจกรรมอื่นของ เว็บไซต์ takieng.com เพื่อปรับปรุงคุณภาพการให้บริการของเว็บไซต์ takieng.com ต่อไป
เว็บไซต์ takieng.com อาจทำการปรับปรุงหรือแก้ไขนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิได้แจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ เพื่อความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการให้บริการ ดังนั้นเราจึงขอแนะนำให้ผู้ใช้บริการอ่านนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทุกครั้งที่เยี่ยมชม หรือมีการใช้บริการจากเว็บไซต์ takieng.com
ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย ข้อเสนอแนะ หรือข้อติชมใดๆ เกี่ยวกับนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือการปฏิบัติตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ เรายินดีที่จะตอบข้อสงสัย รับฟังข้อเสนอแนะ และคำติชมทั้งหลาย อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงการให้บริการของเว็บไซต์ takieng.com ต่อไป โดยท่านสามารถติดต่อกับเราทางอีเมล rangsarit@takieng.com

ชาลส์ ดาร์วิน (คศ. 1809 – 1882) เป็นนักธรรมชาติวิทยา นักธรณีวิทยา และนักชีววิทยาชาวอังกฤษ เป็นผู้ที่มีผลงานโดดเด่นในเรื่องวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ดาร์วินเป็นผู้ทำการปฏิวัติความเชื่อเดิมๆเกี่ยวกับที่มาของสิ่งมีชีวิต และเสนอทฤษฎีซึ่งเป็นทั้งรากฐานของทฤษฎีวิวัฒนาการสมัยใหม่ และหลักการพื้นฐานของกลไกการคัดเลือกโดยธรรมชาติ (natural selection) ดาร์วินอธิบายวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตที่ถูกกำหนดโดยธรรมชาติ ซึ่งเป็นแนวคิดที่จุดชนวนให้เกิดการโต้เถียงขึ้นในสังคมอย่างกว้างขวางจนถึงปัจจุบัน
ดาร์วินสนใจเกี่ยวกับธรรมชาติตั้งแต่วัยเด็ก ชอบการทดลองเกี่ยวกับสัตว์และพืช เขาศึกษาด้านธรรมชาติวิทยามาโดยตลอด จนกระทั่งได้รับเชิญเข้าร่วมเดินทางสำรวจทางทะเลทั่วโลกกับเรือบีเกิล (HMS Beagle) เป็นเวลา 5 ปี ทำให้มีโอกาสได้เรียนรู้กับสิ่งมีชีวิตในภูมิภาคที่แตกต่างกัน เขาได้ศึกษาอย่างละเอียดและทำวิจัยเพิ่มเติมต่อเนื่อง และได้พิมพ์หนังสือชื่อ The Origin of Species (กำเนิดของสรรพชีวิต) ซึ่งเป็นผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดของเขา ช่วงแรกมีการโต้แย้งต่อต้านผลงานของเขาอย่างมากโดยเฉพาะจากฝ่ายศาสนจักร อีกหลายสิบปีต่อมาจึงเป็นที่ยอมรับและให้การยกย่อง นอกจากนี้เขายังมีผลงานเรื่องวิวัฒนาการของมนุษย์และการคัดเลือกทางเพศ และผลงานอื่นๆอีกมาก ดาร์วินได้รับยกย่องว่าเป็นหนึ่งในบุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ
– ทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติ (Theory of natural selection)
– หนังสือการสืบเชื้อสายของมนุษย์และการคัดเลือกโดยสัมพันธ์กับเพศ (The Descent of Man, and Selection in Relation to Sex)
– “A man’s friendships are one of the best measures of his worth.” → มิตรภาพคือหนึ่งในวิธีวัดคุณค่าของมนุษย์ที่ดีที่สุด
– “I love fools’ experiments. I am always making them.” → ผมชอบการทดลองโง่ๆนะ ผมมักจะทำมันบ่อยๆด้วยสิ
เกรเกอร์ เมนเดล (ค.ศ. 1822 – 1884) เป็นบาทหลวงและนักพฤกษศาสตร์ชาวออสเตรียผู้ค้นพบกฎการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมอันเป็นพื้นฐานสำคัญของวิชาพันธุศาสตร์สมัยใหม่ เมนเดลทำการทดลองผสมพันธ์ุต้นถั่วต่างพันธุ์ที่มีลักษณะบางอย่างแตกต่างกันจากต้นถั่วหลายสิบชนิด ใช้เวลานาน 8 ปี ทำการทดลองนับพันครั้ง ศึกษาลักษณะทางพันธุกรรมที่การถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ได้ผลสรุปที่กลายเป็นกฎของเมนเดล (Mendelian inheritance) ซึ่งประกอบด้วยกฎแห่งการแยกตัว, กฎแห่งการรวมกลุ่มกันอย่างอิสระ และกฎแห่งลักษณะเด่นซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการใช้คณิตศาสตร์กับวิทยาศาสตร์พันธุกรรม
แม้ว่าผลงานจากการทดลองอย่างยาวนานของเมนเดลจะถูกนำเสนอในที่ประชุมทางวิทยาศาสตร์ในปี 1865 และได้รับการตีพิมพ์ในปีต่อมา แต่กลับได้รับความสนใจไม่มากนัก งานของเขาถูกละเลยไปกว่า 35 ปี จนกระทั่งในราวปี 1900 มีนักวิทยาศาสตร์ 3 คนที่อยู่คนละประเทศได้ทำการทดลองผสมพันธุ์พืชชนิดอื่นแล้วได้ผลการทดลองตรงกับที่เมนเดลเคยรายงานไว้ ทำให้เมนเดลเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียง ในปี 1868 เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสซึ่งต้องใช้เวลากับการบริหารงานหลายอย่าง งานทางด้านวิทยาศาสตร์จึงต้องเลิกไป แต่ด้วยผลงานยิ่งใหญ่ในการค้นพบกฎการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมเมนเดลจึงได้รับการยกย่องเป็น “บิดาแห่งพันธุศาสตร์สมัยใหม่”
– “My scientific studies have afforded me great gratification; and I am convinced that it will not be long before the whole world acknowledges the results of my work.” → การศึกษาทางวิทยาศาสตร์ทำให้ผมได้รับความพึงพอใจอย่างมาก และผมก็เชื่อว่าอีกไม่นานทั้งโลกจะยอมรับผลงานของผม
หลุยส์ ปาสเตอร์ (ค.ศ. 1822 – 1895) นักเคมีและนักจุลชีววิทยาชาวฝรั่งเศส ผู้ดำรงตำแหน่งเป็นอาจารย์ในสถาบันการศึกษาหลายแห่ง เป็นผู้ที่ค้นพบว่าการเน่าเสียของอาหารเกิดจากสิ่งมีชีวิตเล็กๆที่เขาเรียกว่าจุลินทรีย์ ปาสเตอร์พบว่าจุลินทรีย์ส่งผลเสียมากมายทำให้เขาทำการค้นคว้าเกี่ยวกับจุลินทรีย์อย่างต่อเนื่องจนค้นพบวิธีการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ได้ด้วยวิธีพาสเจอร์ไรส์(Pasteurization) การค้นพบนี้ทำให้สาขาวิชาจุลชีววิทยาโดดเด่นก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว
ต่อมาปาสเตอร์ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับโรคระบาดในสัตว์ และได้คิดค้นวัคซีนป้องกันโรคที่ร้ายแรงที่สุดตอนนั้นคือโรคแอนแทรกซ์ได้สำเร็จ ตามด้วยการค้นคว้าหาวัคซีนป้องกันโรคอหิวาตกโรคในไก่ แต่การค้นพบวัคซีนที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขามากที่สุดคือวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าซึ่งเป็นโรคที่ทำให้คนตายไปพอสมควร และจากการพบวัคซีนนี้ทำให้ค้นพบวัคซีนป้องกันโรคอีกมากมาย เช่น อหิวาตกโรค วัณโรค และโรคคอตีบ นับว่าเป็นประโยชน์ต่อวงการแพทย์เป็นอย่างมาก ปีค.ศ. 1888 ปาสเตอร์ได้ก่อตั้งสถาบันปาสเตอร์ (Pasteur Institute) ขึ้นที่กรุงปารีส จากนั้นสถาบันปาสเตอร์ก็ได้ก่อตั้งขึ้นอีกหลายแห่งในประเทศต่างๆทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยภายใต้ชื่อ “สถานเสาวภา” เพื่อใช้เป็นสถานที่ทดลองค้นคว้าเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโรคติดต่อชนิดต่างๆ
– คิดค้นวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า
– ค้นพบจุลินทรีย์เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการเน่าเสีย
– คิดค้นวิธีการทำพาสเจอร์ไรซ์
– “Fortune favors the prepared mind.” → โชคชะตามีไว้สำหรับคนที่เตรียมตัวเตรียมใจไว้แล้ว
– “Science knows no country, because knowledge belongs to humanity, and is the torch which illuminates the world.” → วิทยาศาสตร์ไม่รู้จักประเทศ เพราะความรู้เป็นของมนุษยชาติและเป็นไฟฉายที่ส่องสว่างแก่โลก
อริสโตเติล (384 – 322 ก่อนคริสต์ศักราช) เป็นนักปรัชญาคนสำคัญในยุคกรีกโบราณ เป็นศิษย์เอกของเพลโต เป็นอาจารย์ของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ในสมัยที่อริสโตเติลมีชีวิตอยู่นั้นวิทยาศาสตร์ไม่ค่อยได้รับความสนใจเพราะผู้คนยังไม่เข้าใจว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสามารถทำให้ความเป็นอยู่ดีขึ้นได้อย่างไร แต่อริสโตเติลสนใจศึกษาและเจนจบในหลากหลายสาขาวิชาทั้งฟิสิกส์ อภิปรัชญา จริยธรรม ชีววิทยา และสัตววิทยา เป็นผู้ที่ศึกษาเกี่ยวกับชีวิตสัตว์และจัดแบ่งประเภทสัตว์อย่างเป็นระบบ แม้ทฤษฎีของเขาบางอย่างที่ภายหลังได้รับการพิสูจน์ว่าผิดเช่น ความเชื่อที่ว่าโลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ซึ่งก็ต้องเข้าใจว่าในสมัยสองพันกว่าปีก่อนนั้นยังไม่มีกล้องโทรทรรศน์เลย แต่ก็เป็นการแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นนักสังเกตและนักคิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่ง โดยเฉพาะแนวคิดทางปรัชญาที่ได้รับการยอมรับจากผู้คนจำนวนมาก
อริสโตเติลได้รับการยกย่องว่าเป็นคนแรกที่เป็นนักวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริง เป็นบิดาแห่งวิทยาศาสตร์และบิดาแห่งชีววิทยา อริสโตเติลเขียนหนังสือไว้มากมายเป็น 1,000 เล่ม แนวคิดและงานเขียนของเขามีอิทธิพลต่อผู้คนและความเชื่อในศาสนาคริสต์จนถึงยุคกลางเป็นเวลานานถึง 1,500 ปี
– ทฤษฎีทางด้านชีววิทยาและการจำแนกสัตว์ออกเป็น 2 พวกใหญ่คือพวกมีกระดูกสันหลัง (Vertebrates) และพวกไม่มีกระดูกสันหลัง (Invertebrates)
– หนังสือที่เขาเขียนในสรรพวิชาที่เป็นแนวคิดหลักให้แก่คนรุ่นหลัง
– “Quality is not an act, it is a habit.” → คุณภาพไม่ใช่การกระทำ หากแต่มันเป็นนิสัย
– “The roots of education are bitter, but the fruit is sweet.” → รากของการศึกษาอาจจะขม แต่ผลของมันนั้นหวานฉ่ำ
โรเบิร์ต ฮุค (ค.ศ. 1635 – 1703) เป็นนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษผู้เชี่ยวชาญในหลายสาขารวมทั้งเป็นสถาปนิกด้วย ฮุคใช้กล้องจุลทรรศน์สังเกตพบโครงสร้างเล็กๆของไม้คอร์กที่ถูกเฉือนเป็นแผ่นบางๆมีลักษณะเป็นห้องเล็กๆคล้ายรังผึ้ง เขาตั้งชื่อว่ามันว่าเซลล์ (Cell) นั่นเป็นครั้งแรกที่มีการค้นพบเซลล์ของสิ่งมีชีวิต เขารวบรวมผลงานการศึกษาสิ่งต่างๆด้วยกล้องจุลทรรศน์ตีพิมพ์เป็นหนังสือชื่อ Micrographia ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญและมีอิทธิพลต่อการศึกษาด้านชีววิทยาอย่างมาก นอกจากนี้เขายังค้นพบว่าฟอสซิลเป็นซากของสิ่งมีชีวิตและเชื่อว่าฟอสซิลจะให้ร่องรอยของความเป็นไปของสิ่งมีชีวิตบนโลกในอดีตที่ผ่านมา
ผลงานด้านชีววิทยาเป็นเพียงส่วนหนึ่งในผลงานของเขา เพราะฮุคมีผลงานด้านอื่นอีกมาก เขาเป็นผู้ค้นพบกฎของความยืดหยุ่น (Hooke’s Law) อันเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของวัสดุ เป็นผู้คิดค้นขดลวดสปริงที่ใช้ในนาฬิกาข้อมือ เป็นผู้ประดิษฐ์ข้อต่ออ่อน (Universal joint) ที่ใช้ในระบบส่งกำลังของเครื่องยนต์และมอเตอร์ เป็นผู้ค้นพบปรากฏการณ์การหักเหของแสง (Refraction) รวมทั้งยังมีผลงานด้านดาราศาสตร์อีกหลายอย่าง นอกจากนี้ฮุคในฐานะสถาปนิกเขายังเป็นหนึ่งในผู้สำรวจและสร้างกรุงลอนดอนขึ้นใหม่หลังเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่เมื่อปี 1666 มีผลงานการออกแบบอาคารจำนวนมาก ด้วยความรู้ความสามารถในหลากหลายสาขาเขาจึงได้รับการยกย่องเป็นพหูสูต เจ้าของฉายา “Renaissance Man” แห่งศตวรรษที่ 17
– ค้นพบเซลล์ของสิ่งมีชีวิต
– ตีพิมพ์หนังสือ Micrographia
– ผู้ค้นพบกฎของความยืดหยุ่น
– ประดิษฐ์ขดลวดสปริงและข้อต่ออ่อน
– “By the help of microscopes, there is nothing so small, as to escape our inquiry; hence there is a new visible world discovered to the understanding.” → ด้วยความช่วยเหลือของกล้องจุลทรรศน์ ไม่มีอะไรที่เล็กมากจนหลีกหนีการค้นหาของเราได้ ดังนั้นจึงมีโลกใหม่ที่มองเห็นได้ถูกค้นพบเพื่อความรู้ความเข้าใจ
ราเชล คาร์สัน (ค.ศ. 1907 – 1964) เป็นนักชีววิทยาทางทะเลและนักอนุรักษ์ชาวอเมริกันผู้สร้างแรงกระตุ้นผ่านทางหนังสือของเธอทำให้เกิดการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างกว้างขวางไปทั่วประเทศสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก คาร์สันเริ่มเขียนหนังสือตั้งแต่ยังเป็นนักชีววิทยาที่สำนักประมงสหรัฐ ผลงานเล่มแรก Under the Sea Wind ที่เขียนถึงพฤติกรรมของปลาและนกทะเลยังไม่ค่อยได้รับความนิยม แต่เล่มถัดมา The Sea Around Us ที่เขียนเกี่ยวกับชีววิทยาทางทะเลตั้งแต่ยุคแรกเริ่มถึงล่าสุด กลายเป็นหนังสือขายดีติดอันดับและได้รับรางวัลหนังสือแห่งชาติประจำปี 1952 และส่งผลให้หนังสือเล่มแรกเป็นหนังสือขายดีไปด้วย และยังตามมาด้วยหนังสือเล่มที่สาม The Edge of the Sea ซึ่งเป็นหนังสือขายดีเช่นกัน
คาร์สันใช้เวลาหลายปีในการศึกษาวิจัยผลกระทบและอันตรายที่เกิดจากการใช้สารเคมีกำจัดแมลงและศัตรูพืช โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฉีดสเปรย์ DDT ซึ่งกำลังเป็นที่นิยม จากนั้นเธอได้เขียนหนังสือเล่มสำคัญที่สุด Silent Spring ซึ่งได้อธิบายจนเห็นภาพชัดถึงอันตรายของสารเคมีที่ใช้กำจัดศัตรูพืชแต่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ต่อสัตว์อื่นที่ไม่ใช่เป้าหมายการกำจัด รวมทั้งต่อมนุษย์เองด้วย หนังสือเล่มนี้ทำให้เกิดการโต้เถียงครั้งใหญ่ของผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายและก่อให้เกิดกระแสต่อต้านการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช จนรัฐบาลสหรัฐได้ก่อตั้งหน่วยงาน EPA ขึ้นมาเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของประเทศ และทำให้เกิดการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างกว้างขวางทั่วโลก ผลงานของคาร์สันนับว่าได้สร้างคุณประโยชน์ต่อชาวโลกอย่างมาก
– เขียนหนังสือ Silent Spring ที่กระตุ้นให้เกิดการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทั่วโลก
– เขียนหนังสือเกี่ยวกับชีววิทยาทางทะเลหลายเล่ม
– “But man is a part of nature, and his war against nature is inevitably a war against himself.” → แต่มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ, และการทำสงครามกับธรรมชาติของมนุษย์ก็คือการทำสงครามกับตัวเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
7. อันโตนี ฟัน เลเวินฮุก (Antonie van Leeuwenhoek)
อันโตนี ฟัน เลเวินฮุก (ค.ศ. 1632 – 1723) เป็นนักวิทยาศาสตร์ชาวดัตช์ผู้คนพบแบคทีเรียเป็นคนแรกและเป็นผู้เปิดโลกแห่งจุลชีววิทยา จากการเป็นคนขายผ้าฟัน เลเวินฮุกเรียนรู้วิธีฝนเลนส์และพัฒนาเลนส์ให้มีกำลังขยายสูง แล้วนำมาประกอบเป็นกล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังขยายถึง 300 เท่าได้เป็นคนแรก เขาใช้กล้องจุลทรรศน์ที่ประดิษฐ์ขึ้นเองส่องพบแบคทีเรียและจุลินทรีย์อีกมากมายหลายชนิดเป็นคนแรก รวมทั้งเซลล์เม็ดเลือดแดง, การไหลของเลือดในเส้นเลือดฝอย และยังได้ศึกษาวงจรชีวิตของสัตว์ขนาดเล็กอีกหลายชนิด เขาเขียนจดหมายรายงานสิ่งที่ค้นพบแก่ราชสมาคมแห่งลอนดอน (Royal Society) ซึ่งเมื่อพิสูจน์ว่าเป็นจริงก็ให้การยอมรับและยกย่องโดยได้รับเลือกเป็นสมาชิกอันทรงเกียรติของสมาคม
แม้ว่าฟัน เลเวินฮุกไม่เคยตีพิมพ์ผลงานของเขาแต่จดหมายที่เขาเขียนรายงานผลงานการค้นคว้าตลอดหลายสิบปีต่อราชสมาคมแห่งลอนดอนจำนวนเกือบ 200 ฉบับและจดหมายที่เขียนถึงสถาบันวิทยาศาสตร์อื่นอีกหลายร้อยฉบับได้แสดงถึงผลงานอันยิ่งใหญ่ของเขา และเมื่อราชสมาคมได้ตีพิมพ์จดหมายของเขาสิ่งที่เขาค้นพบซึ่งเป็นความรู้ใหม่ทางชีววิทยาที่น่าตื่นตาตื่นใจก็เผยแพร่ไปทั่วโลก เขาจึงกลายเป็นผู้มีชื่อเสียงที่มีโอกาสต้อนรับบุคคลสำคัญระดับโลกหลายคนที่สนใจและไปดูผลงานถึงที่บ้านของเขา อย่างเช่น พระเจ้าปีเตอร์มหาราชแห่งรัสเซียและพระราชินีของอังกฤษ เป็นต้น ฟัน เลเวินฮุกได้รับการยกย่องให้เป็น “บิดาแห่งจุลชีววิทยา”
– ค้นพบแบคทีเรียและจุลินทรีย์หลายชนิดเป็นคนแรก
– ประดิษฐ์กล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูง
– “A man has always to be busy with his thoughts if anything is to be accomplished.” → มนุษย์มักจะยุ่งอยู่กับความคิดของเขาเสมอถ้าหากมีอะไรที่จะสำเร็จ
อี โอ วิลสัน (ค.ศ. 1929 – ปัจจุบัน) เป็นนักชีววิทยาชาวอเมริกันผู้เชี่ยวชาญเรื่องมด, ชีววิทยาสังคม และความหลากหลายทางชีวภาพ วิลสันเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดนาน 40 ปี ศึกษาวิวัฒนาการของมดและการพัฒนาไปสู่สปีชีส์ใหม่ เขาเป็นผู้คนพบวิธีการติดต่อสื่อสารของมดด้วยสารฟีโรโมน วิลสันศึกษาวิจัยและพัฒนาทฤษฎีเกี่ยวกับชีวภูมิศาสตร์และทฤษฎีด้านระบบนิเวศวิทยา เขามีผลงานการศึกษาด้านชีววิทยาสังคมทั้งของสัตว์และมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับยีนส์
ผลงานของวิลสันที่สร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างคือการเขียนหนังสือ เขาตีพิมพ์หนังสือจากผลงานการค้นคว้าวิจัยของเขาจำนวนมาก ได้แก่ The Theory of Island Biogeography, Sociobiology: The New Synthesis รวมทั้งหนังสือเล่มดัง On Human Nature ที่เขียนเกี่ยวกับบทบาทของชีววิทยาในวิวัฒนาการของวัฒนธรรมของมนุษย์และ The Ants ที่เขียนเกี่ยวกับพฤติกรรมของมดซึ่งทำให้เขาได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ (Pulitzer Prizes) ถึง 2 ครั้ง วิลสันยังมีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการรณรงค์ห้ามตัดไม้ทำลายป่าเพื่อรักษาระบบนิเวศและความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต วิลสันได้รับยกย่องเป็น “บิดาแห่งชีววิทยาสังคม” และ “บิดาแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ”
– วิวัฒนาการและพฤติกรรมของมด
– ทฤษฎีชีวภูมิศาสตร์และนิเวศวิทยา
– รางวัลพูลิตเซอร์ 2 ครั้ง
– “Nature holds the key to our aesthetic, intellectual, cognitive and even spiritual satisfaction.” → ธรรมชาติกุมหัวใจสำคัญของความพึงพอใจในด้านสุนทรียศาสตร์, ภูมิปัญญา, ความรู้ความเข้าใจ และแม้กระทั่งจิตวิญญาณของพวกเรา
เจมส์ วัตสัน (ค.ศ. 1928 – ปัจจุบัน) เป็นนักอณูชีววิทยาชาวอเมริกันหนึ่งในผู้ค้นพบโครงสร้างโมเลกุลของดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิต วัตสันทำการศึกษาหาโครงสร้างของดีเอ็นเอร่วมกับ Francis Crick โดยอาศัยข้อมูลสำคัญในภาพถ่ายจากเครื่องวิเคราะห์การเลี้ยวเบนของรังสีเอ็กซ์ของ Rosalind Franklin ผู้กำลังศึกษาเรื่องเดียวกันอยู่กับ Maurice Wilkins วัตสันกับ Crick คิดค้นจนได้ข้อสรุปว่าดีเอ็นเอมีโครงสร้างเป็นสายพันกันเป็นเกลียวคู่ (double helix) เวียนขวาตามเข็มนาฬิกา โดยมีคู่เบสเชื่อมยึดระหว่างสาย มีลักษณะคล้ายบันไดเวียน ผลงานนี้ทำให้วัตสันและ Crick ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ และเป็นจุดเปลี่ยนทางวิทยาศาสตร์เมื่อความเข้าใจของมนุษย์เกี่ยวกับพื้นฐานของชีวิตมีการเปลี่ยนแปลง ถือเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ของชีววิทยา
นอกเหนือจากผลงานการทำวิจัยในฐานะนักอณูชีววิทยาแล้ววัตสันยังมีผลงานที่โดดเด่นคือการเขียนหนังสือ เขาตีพิมพ์หนังสือหลายเล่มที่ประสบความสำเร็จอย่างมากคือหนังสือ The Double Helix ซึ่งได้รับการยกย่องเป็นหนังสือยอดเยี่ยมลำดับต้นๆแห่งศตวรรษที่ 20 วัตสันยังมีบทบาทสำคัญในโครงการจีโนมมนุษย์ซึ่งเป็นการจัดทำแผนที่ของจีโนมหรือดีเอ็นเอทั้งหมดของมนุษย์อย่างละเอียด อีกทั้งจีโนมของตัววัตสันเองยังได้รับการเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตเป็นคนแรกๆอีกด้วย วัตสันเป็นอีกคนหนึ่งที่ได้สร้างประโยชน์ให้กับวงการชีววิทยาเป็นอย่างมาก
– ค้นพบโครงสร้างโมเลกุลดีเอ็นเอ
– รางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์
– หนังสือ The Double Helix
– “Knowing “why” (an idea) is more important than learning “what” (the fact).” → การรู้ว่า “ทำไม” (ความคิด) สำคัญกว่าการเรียนรู้ว่า “อะไร” (ความจริง)
10. อเล็กซานเดอร์ เฟลมมิง (Alexander Fleming)
อเล็กซานเดอร์ เฟลมมิง (ค.ศ. 1881 – 1955) เป็นนายแพทย์และนักชีววิทยาชาวสก็อตผู้ค้นพบเพนนิซิลินซึ่งนำไปสู่การพัฒนายาปฏิชีวนะตัวแรกของโลก จากการที่เฟลมมิงได้เห็นทหารเสียชีวิตจำนวนมากจากภาวะติดเชื้อในสงครามโลกครั้งที่ 1 เขาจึงมุ่งทำวิจัยค้นคว้าหายาฆ่าเชื้อ ปี 1921 เฟลมมิงค้นพบเอนไซม์ไลโซไซม์ (Lysozyme) ในน้ำมูกและน้ำตาของคนซึ่งทำให้เข้าใจวิธีที่ร่างกายต่อสู้กับการติดเชื้อ แต่ไลโซไซม์ฆ่าเชื้อได้แค่บางอย่างและไม่มีผลกับแบคทีเรียที่ทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรง เฟลมมิงจึงต้องพยายามต่อไป จนอีก 7 ปีต่อมาเขาจึงค้นพบเพนนิซิลินได้โดยบังเอิญ
เดือนสิงหาคม ปี 1928 ก่อนไปพักผ่อนกับครอบครัวในวันหยุดยาวเฟลมมิงได้นำจานเพาะเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus ที่เขากำลังศึกษาคุณสมบัติวางกองรวมไว้ที่มุมหนึ่งของห้องแล็บ เมื่อกลับมาเขาพบว่าจานเพาะเชื้อจานหนึ่งมีการปนเปื้อนของเชื้อราสีเขียว แต่แทนที่จะทิ้งมันไปเขากลับพิจารณาโดยละเอียดแล้วพบว่าเชื้อราอาจฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ เขาจึงเพาะเชื้อรานำมาทดลองแล้วพบว่ามันผลิตสารที่สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงได้ เขาตั้งชื่อสารนี้ว่า “เพนนิซิลิน” ปีถัดมาเขาตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานการค้นพบ ต่อมามีผู้สามารถสกัดสารเพนนิซิลินบริสุทธิ์ได้และถูกนำไปผลิตเป็นยาปฏิชีวนะตัวแรกของโลก ถือเป็นการปฏิวัติวงการแพทย์ ยาเพนนิซิลินช่วยเหลือผู้ติดเชื้อนับล้านคนจนถึงปัจจุบัน จากผลงานการค้นพบเพนนิซิลินทำให้เฟลมมิงได้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์และยังได้รับการแต่งตั้งเป็นอัศวินอีกด้วย
– ค้นพบเอนไซม์ไลโซไซม์
– ค้นพบเพนนิซิลิน
– รางวัลโนเบลสาขาการแพทย์
– “The unprepared mind cannot see the outstretched hand of opportunity.” → จิตใจที่ไม่ได้ตระเตรียมเอาไว้ไม่สามารถมองเห็นโอกาสที่หยิบยื่นมาให้
ข้อมูลและภาพจาก elist10, britannica, wikipedia
Your email address will not be published. Required fields are marked *

Priyanka Sex Video
Hd Rush Oli Big Xxx Porn Com
Fur Coat Mistress Porn
Kid Vs Kat Porn
Porn Telegram Kanal
'hindi sex call recording' Search - XVIDEOS.COM
[ภาพนี้มีเรื่อง] ปูมะพร้าว "คุยไป" มีเซ็กซ์ไป OMG!!!!
Privacy Policy| ตะเกียงดอทคอม
10 สุดยอดนักชีววิทยาผู้ยิ่งใ…
ชาลส์ ดาร์วิน ผู้เขย่าโลกด้วยทฤษฎีวิวัฒ…
10 สุดยอดนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ของ…
[เรื่องเล่าเราเขียน (PRIME MOTION)] มาต่อกันกับ"ทฤษฎี ...
20 สุดยอดภาพเขียนที่มีชื่อเสียงมากที่ส…
Manacomputers.com" Keyword Found Websites Listing ...
เตรียมจุดชนวนสงครามอัจฉริยะกระแสไฟพ…
Sex Taking Com


Report Page